ก้าวต่อไปของ e-commerce

posted on 15 Sep 2009 09:53 by zamonji

"อะไรจะเป็นที่นิยมในธุรกิจอี-คอมเมิร์ช ต่อจากหนังสือและแผ่น CD ที่ทำไปแล้ว" เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก ข้อเสนอแรกที่มีแนวโน้มจะเป็นที่นิยม คือสินค้าทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีขายอยู่ในเว็บไซต์บ้างแล้ว เช่น สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ เครื่องสำอาง และ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่นักวิเคราะห์ในที่ประชุม ของ Jupiter Shopping ไม่เห็นด้วยกับคำตอบนั้น

ในขณะที่ยังไม่มีสินค้าประเภทใดครอบครองตลาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ชโดยสิ้นเชิง แต่มีสินค้า 1-2 ประเภทโดดเด่นออกมา ซึ่งก็คือ สินค้าที่ผู้ซื้ออาจจะลังเลหรือไม่แน่ใจที่จะซื้อในสภาวะปกติ เช่นที่ PlanetRx ร้านขายยาออนไลน์ จำหน่ายสินค้าที่ผู้ซื้ออาจจะอายที่จะซื้อในร้าน เช่น สินค้าประเภทที่เกี่ยวกับ ริดสีดวงทวาร หรือ ยาคุมกำเนิด

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ภายหลังจากยุคของคอมพิวเตอร์ หนังสือ และภาพยนต์ ก็ยากที่จะทำนาย ความสำเร็จของอี-คอมเมิร์ชได้

"พวกเราเริ่มหันไปหาสินค้าราคาแพงขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ซื้อจะพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น" Ken Cassar นักวิเคราะห์ของ Jupiter กล่าว

"ในสินค้าประเภทถัดไปที่เราคาดหวังไว้ จะต้องแตกต่างจากสินค้าประเภทเดิมมาก ๆ และจะต้องไม่ใช่สินค้าที่ซื้อขายกันทั่วไป เช่น ถ้าเป็นหนังสือ Tom Clancy ไม่ว่าจะซื้อจาก Amazon หรือจาก BarnesandNoble.com จะได้หนังสือที่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นเสื้อกีฬา ความแตกต่างของเสื้อจาก J.Crew กับเสื้อของ Barney นั้นมีความหมายมาก"

นาย ปพน ศรีวิกรัยกร

50/33 504477225

กลยุทธ์ล่าสุด E-Commerce ไทย "รวมกันเราอยู่ แยกกันเราไม่โต"


ชมรมกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยหรือ E-Commerce เกิด เชื่อเป็นหนึ่งในทางออกของปัญหานานับประการที่ทำให้ E-Commerce ไทยไม่เติบโต โดยเฉพาะปัญหาที่ต้องอาศัยการร่วมมือจากภาครัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการชี้ปัญหาภาพรวมของ E-Commerce ไทยอยู่ที่การให้ความสำคัญกับ E เพียงอย่างเดียวโดยทอดทิ้งคำว่า Commerce ไว้ จนกลายเป็นต้นเหตุของการไม่มีการซื้อขายจริงบนเว็บไซต์ ระบุปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่ต้องร่วมมือกับภาครัฐคือการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ผู้ประกอบการ E-Commerce กว่า 50 รายรวมตัวกันในงานสัมมนาและเสวนา "ปัญหาและทิศทางของ E-Commerce เมืองไทย" จัดขึ้นโดยชมรมกลุ่มผู้ประกอบการ E-Commerce ไทยร่วมกับเนคเทคและกระทรวงไอซีทีเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาปัญหาของผู้ประกอบการและระดมสมองหาทางแก้ไข โดยปัญหาและแนวทางทั้งหมดจะถูกนำมาหารือร่วมกันทั้งทางหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

หนึ่งในประเด็นปัญหาหลักของ E-Commerce เมืองไทยที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง คือการมองว่าปัญหานั้นอยู่ที่คน ไม่ได้อยู่ที่เว็บไซต์ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเน้นให้ความสำคัญเฉพาะด้านเทคโนโลยี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับปรากฏปัญหาที่กระบวนการซื้อขายทั้งสิ้น เช่นการขาดความไว้วางใจในการทำธุรกรรม เรื่องภาษี กฎหมาย ภาวะการแข่งขัน และการขาดแคลนองค์ความรู้

"หลายครั้งที่เราพยายามเอาผิดกับคนร้ายที่เข้ามาโกงบนเว็บไซต์ แต่เราจับโกงไม่ได้ หน่วยงานภาครัฐบางส่วนยังไม่มีความรู้ เคยมีเจ้าพนักงานถามว่า คุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าอินเตอร์เน็ตมันคืออะไร อีกจุดหนึ่งคือเรื่องท้องที่เกิดเหตุ ต้องมีการโยนเรื่องไปมาระหว่างท้องที่ จนเราต้องยอมแพ้ไปเองเพราะตามไม่ไหว" จากคำบอกเล่าประสบการณ์ปัญหาบางส่วนของผู้ประกอบการ

การเกิดขึ้นของปัญหามากมายที่เป็นต้นเหตุของอาการแคระแกรนในธุรกิจ E-Commerce บ้านเราทำให้กลุ่มผู้ประกอบการมองว่าในเมื่อทุกคนพบปัญหา การรวมตัวกันจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่ต้องอาศัยการร่วมมือจากภาครัฐ

ชมรมเกิด

"ชมรมผู้ประกอบการ E-Commerce ไทย" จึงเกิดขึ้นในฐานะการขยายผลจากการระดมสมองในงานสัมมนาวิชาการ "Thailand ICT Alliance" ที่กระทรวง ICT จัดขึ้นสำหรับวางแผนขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเมื่อกรกฏาคมที่ผ่านมา ถูกตั้

นาย นิรันดร์ อินทดิษฐ

50/33 504477221

ข่าว E-commerce

posted on 12 Sep 2009 15:31 by zamonji

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจกไม่ยั้งผู้เข้าอบรม e-Commerce Online รุ่น 3

 

กรุงเทพฯ--26 ส.ค.--กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

         กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมแจกรางวัลใหญ่ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เครื่องเล่น Mp3 และ ทรัปม์ไดร์ฟความจุขนาดพิเศษ สำหรับผู้โชคดีที่เข้าร่วมอบรมโครงการ e-Commerce Online รุ่น 3 ที่เรียนจบหลักสูตรและสอบผ่านได้รับวุฒิบัตร หลังจากก่อนหน้านี้แจกทรัมป์ไดร์ฟให้กับผู้เข้าร่วมอบรมทุกสัปดาห์ๆ ละ 5 รางวัล ไปแล้วกว่า 30 รางวัล ตลอดระยะเวลาการเรียน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม — 31 สิหาคม 2552
         ทั้งนี้ โครงการ e-Commerce Online รุ่น 3 มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 1,239 ราย โดยสมัครเข้าเรียนใน 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรความรู้เบื้องต้นด้าน e-Commerce หลักสูตรการตลาด e-Commerce หลักสูตรการพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการ e-Commerce และ หลักสูตรธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อผู้ที่เรียนจบและได้รับวุฒิบัตรในวันที่ 4 กันยายนนี้ ส่วนพิธีมอบวุฒิบัตรจะจัดขึ้นในวันวันพุธที่ 16 กันยายน 2552 ณ ห้องแกรนด์บอลลูม โรงแรมริชมอนด์ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.DBDAcademy.com

 

นางสาวน้องอ้อม  สีสวัสดิ์  หมู่เรียน 50/33

รหัส 504477222

 

 

 

 

 

 

 

      พิษเศรษฐกิจเล่นงานผู้ให้บริการตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างอีเบย์ (eBay) โดยกำไรและรายรับตลาดไตรมาส 2 ของปีลดฮวบเฉพาะในส่วนตลาดซื้อขายสินค้า ขณะที่ธุรกิจจ่ายเงินออนไลน์และธุรกิจสื่อสารออนไลน์อย่างสไกป์ (Skype) ยังโต                          

    การประกาศตัวเลขกำไรที่ลดลงไม่ได้ทำให้มูลค่าหุ้นของอีเบย์ลดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม หุ้นอีเบย์เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 4.2% ปิดที่ 19.45 เหรียญ
       
       อีเบย์ระบุว่าสามารถทำกำไรได้ 327.3 ล้านเหรียญตลอดเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา คิดเป็น 25 เซนต์ต่อหุ้น น้อยลง 29% เมื่อเทียกบับ 460.3 ล้านเหรียญหรือ 35 เซนต์ต่อหุ้นที่ทำได้ในปีที่แล้ว
       
       นี่ถือเป็นการลดลงต่อเนื่องไตรมาสที่ 3 แล้วสำหรับอีเบย์ บนรายรับที่ลดลง 5% เหลือ 2.1 พันล้านเหรียญ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 1.99 พันล้านเหรียญ
       
       รายได้ในส่วนมาร์เก็ตเพลสหรือตลาดซื้อขายสินค้าของอีเบย์ เช่น eBay.com, Shopping.com และอื่นๆนั้นลดลง 14% เหลือ 1.26 พันล้านเหรียญ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากส่วนต่างความผันผวนของสกุลเงิน
       
       ขณะที่ธุรกิจชำระเงินออนไลน์อย่างเพย์ปาล (PayPal) และบริการสินเชื่อระยะสั้นอย่าง Bill Me Later สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น 11% อยู่ที่ 669.3 ล้านเหรียญ
       
       เช่นเดียวกับธุรกิจโทรศัพท์ออนไลน์อย่างสไกป์ (Skype) อีเบย์ระบุว่ารายได้นั้นเพิ่มขึ้น 25% อยู่ที่ 170 ล้านเหรียญ โดยที่ผ่านมา อีเบย์นั้นประกาศแผนชัดเจนเมื่อเดือนเมษายนว่า จะแยกสไกป์ออกมาตั้งบริษัทต่างหากหรือ spin off ให้ได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2010
       
       ซีอีโออีเบย์ จอห์น โดนาโฮ (John Donahoe) เชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจทำให้การซื้อขายบนตลาดอย่างอีเบย์ลดลง โดยอีเบย์จะมุ่งพัฒนาให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีความพอใจกับระบบของอีเบย์มากขึ้น จุดนี้โดนาโฮยอมรับว่า ยังมีงานอีกหลายชิ้นที่อีเบย์ต้องพัฒนามาร์เก็ตเพลสของตัวเองให้ดีกว่านี้
       
       สำหรับไตรมาสปัจจุบัน อีเบย์เชื่อว่าจะสามารถทำกำไรได้ 22-24 เซนต์ต่อหุ้น บนรายรับ 2.05-2.15 พันล้านเหรียญ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าอีเบย์จะสามารถทำกำไรได้ 35 เซนต์ต่อหุ้น บนยอดขาย 2 พันล้านเหรียญ
       
       Company Related Links :
       eBay

 

 

นางสาวอัจฉรี  ทวีวัฒน์

50/33

504477276

 Date 9/9/09

Time 2:48AM

ข่าว Ecommerce

posted on 08 Sep 2009 11:11 by zamonji

นายบดินทร์ อูนากูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพได้เตรียมบริการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดไปนำเสนอ ภายใต้แนวคิด “Smart Banking for Smart Business” สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ใช้บริการออนไลน์ผ่านช่องทางทางการเงินที่ทันสมัย ในงาน E-Commerce E-Business Expo 2007 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม 2550 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

‘สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ธนาคารกรุงเทพนำเสนอในงานครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมด 7 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่บริการบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง (Bualuang iBanking) ธนาคารทางอินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าบุคคล บริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง (Biz iBanking) ธนาคารทางอินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้านิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการค้า บริการบี เซ็คเคียว (Be Secure) และ บริการเพย์ เซ็คเคียว (Pay Secure) ระบบมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรและร้านค้าผู้รับบัตรเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ทุกประเภทของธนาคารกรุงเทพ บริการไอเทรด (iTrade) บริการทางการเงินเพื่อธุรกิจส่งออกและนำเข้ายุคใหม่ กองทุนรวม (Mutual Fund) และแบงก์แอสชัวรันส์ (Bancassurance) โดยภายในงานธนาคารได้เตรียมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญสำหรับให้คำปรึกษาแนะนำและความรู้สำหรับลูกค้าในทุกๆ ผลิตภัณฑ์’

นอกจากนี้ธนาคารได้จัดสัมมนา เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับบริการธนาคารทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ในหัวข้อต่างๆ อาทิเช่น “ธนาคารกรุงเทพ: บริการออนไลน์ยุคใหม่ เพื่อธุรกิจที่คล่องตัวกว่า” (Bangkok Bank’s electronic banking; a mart way to do business) “การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าออนไลน์” (Gain the Trust of eCommerce Customers) ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจและบริหารด้านการเงินแก่ลูกค้าในปัจจุบัน โดยการสัมมนาในครั้งนี้จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 และวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2550 ณ ห้องผู้บริโภค และห้องผู้ประกอบการและผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ บริเวณชั้น 5 สยามพารากอน

ที่ผ่านมาธนาคารได้มีการให้เปิดให้บริการดังกล่าวแก่กลุ่มลูกค้าเฉพาะ เพื่อร่วมดำเนินการทดสอบความถูกต้องแม่นยำ ความคล่องตัวและสะดวกสบายในการใช้บริการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ตลอดจนการพัฒนาบริการให้มีรูปแบบที่สนองตอบความต้องการของลูกค้าได้จนเป็นที่พอใจ และในปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีความมั่นใจและความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง ในการนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สมบูรณ์แบบผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่จะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ทั้งนี้ธนาคารจะยังคงรักษามาตรฐานและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่อไปไม่หยุดยั่ง รองรับความก้าวล้ำในยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อร่วมเคียงข้างทุกย่างก้าวกับลูกค้าของธนาคารต่อไ

 

โดย

นางสาวศริพร  เผดิมอรรถกิจ

รหัส 504477274

Weloveshopping เปิดเวอร์ชั่นอังกฤษบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
                             Image
 
 
          
เว็บ ไซต์ Weloveshopping.com ปรับโฉมเตรียมขยายตลาดสู่ 7 ประเทศเพื่อนบ้านด้วยเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่รองรับ Content 7 ภาษา เสริมด้วยลูกเล่นและโปรโมชั่นต่างๆ รวมทั้งเปิดตัว Quick Pack แพ็กเกจร้านค้าออนไลน์ 6 เดือน พร้อมซีดีแนะนำเคล็ดลับสู่ความสำเร็จด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

            นางสาวมนสินี นาคปนันท์ รองผู้อำนวยการสายงาน Weloveshopping.com บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้ปรับโฉมเว็บไซต์ Weloveshopping.com ใหม่เพื่อเตรียมเปิดตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนิเซีย ลาว พม่า โดยเปิดบริการเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษพร้อมระบบ Search Engine ที่สามารถรองรับ Content ภาษาต่างๆ ของทั้ง 7 ประเทศ ซึ่งผู้ขายสามารถเลือกได้ว่าจะขายสินค้าแก่ผู้ซื้อชาวไทยหรือชาวต่างชาติ โดยวางแผนว่าจะขยายตลาดจากประเทศไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ และต่อยอดไปยังประเทศในเขตเอเชียตะวันออกต่อไปในอนาคต

            นอกจากนี้ทางเว็บไซต์ยังได้เพิ่มลูกเล่นบนหน้าเว็บได้แก่ Idea Display ที่แสดงสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านภาพชีวิตประจำวัน WeSearch ที่เพิ่มลูกเล่นในการค้นหาสินค้าเช่นการค้นหาตามสีที่ชอบหรือตามราศีเกิด และ WeShare ที่ผู้เข้าเว็บสามารถนำรายละเอียดสินค้าที่ชอบไปแสดงในคอมมูนิตี้ต่างๆ เช่น Facebook เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มเรื่องราวให้แก่สินค้าเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อ สินค้ามากขึ้น รวมทั้งจับมือพันธมิตรโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ชอปปิงผ่านหน้าเว็บด้วย

ด้านนายสรรเสริญ สมัยสุต ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ข้อมูลว่า ทางบริษัทฯ ยังได้เปิดตัว “Quick Pack” แพ็กเกจร้านค้าออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ได้ง่ายขึ้นด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากทางบริษัทฯ ซึ่งภายในจะประกอบด้วยแพ็กเกจร้านค้าออนไลน์ 6 เดือน พร้อมซีดีแนะนำเคล็ดลับสู่ความสำเร็จด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ วิธีสร้างร้านค้าออนไลน์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้สนใจทำการค้าออนไลน์ ทั้งผู้มีธุรกิจอยู่แล้วและต้องการขยายช่องทางเพิ่มเติม และกลุ่มคนทั่วไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ต้องการเริ่มดำเนินธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตในยุคเศรษฐกิจตึงตัว

นาย สรรเสริญยังให้ความเห็นว่า เนื่องจากผู้ที่ตกงานหรือธุรกิจซบเซาต่างมองหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ซึ่งอีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อย โดยเน้นไปทางด้านความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจ จึงมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นสวนกระแสเศรษฐกิจปัจจุบันมากกว่า

 

 

 

 

นาย ธนคม        ใจซื่อกุล

50/33      504477215 

จีนก้าวสู่ E-Commerce

posted on 07 Sep 2009 18:12 by zamonji

ชวน รีน นักวิจัยชาวจีนกล่าวว่ากลุ่มคนชาวจีนรุ่นใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเติบโตของ e-commerce ในจีน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แย้งว่าผู้บริโภคชาวจีนเป็นผู้ใช้เงินแบบอนุรักษ์นิยม และไม่เต็มใจที่จะซื้อของผ่านเครดิตการ์ดหรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทาง e-commerce ตัวเลขเริ่มต้นที่สนับสนุนข้อโต้แย้งนี้คืออัตราการเก็บเงินของแต่ละครัว เรือนของจีนสูงถึง 40% ขณะที่อัตราการเติบโตของเครดิตการ์ดต่ำกว่า 1% ทำให้มีผู้ใช้เครดิตการ์ดต่ำกว่า 50 ล้านใบในผู้บริโภคระดับกลางกว่า 250 ล้านคน

ขณะที่จีนจะมีอัตราผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสูงกว่า 140 ล้านคนภายในกลางปี 2007 และจะมีอัตราสูงกว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศสหรัฐอเมริกาภายในไม่กี่ปี ข้างหน้า คำวิจารณ์เชื่อว่า e-commerce จะมีอนาคตที่ไม่สดใสในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนนัก เนื่องจากว่าปัจจัยทางวัฒนธรรมของคนจีนแบบอนุรักษ์นิยม แต่ว่าจากข้อสรุปและจากตัวเลขเหล่านั้นดูท่าจะไม่เป็นจริงซะแล้วหลังเกิดการ เปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนที่เกิดขึ้นในทศวรรษที่แล้ว

ข้อ สงสัยเหล่านี้มองข้ามการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของผู้บริโภคจีน กลุ่มคนชาวจีนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดบริโภค ซึ่งพวกเขาเต็มใจที่จะซื้อสินค้าด้วยการใช้เครดิตการ์ดและซื้อของออนไลน์ ในการสำรวจและสัมภาษณ์ของกลุ่มวิจัยตลาด (China Market Research Group/CMR) ทำการศึกษาชาวจีนรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 18 ถึง 28 ในเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่งและกวางโจว พบว่ากว่า 80% เต็มใจที่จะซื้อสินค้าออนไลน์และกว่า 70% จะใช้เครดิตการ์ดซื้อของ

การมองโลกในแง่ดีในยุคเบบี้บูมของจีน
ผล การวิจัยชี้ว่า ผู้บริโภคชาวจีนรุ่นเก่าไม่มีอิทธิพลมากนักต่อพฤติกรรมของกลุ่มกลุ่มคนชาว จีนรุ่นใหม่ที่เป็นชนชั้นกลาง และด้วยอัตราการเติบโตของบริษัทต่างชาติในจีนที่หวังว่าจะก่อให้เกิดความ นิยมสำหรับเว็บ 2.0 และ e-commerce
เป็นความจริงที่ว่าชาวจีนรุ่นเก่า เก็บเงินเยอะ และเป็นผู้ซึ่งสูญเสียบำนาญไปเยอะซึ่งกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองที่กลุ่มนี้และโต้แย้งว่าเศรษฐกิจของจีนจะมีปัญหา ในอนาคตถ้ารัฐบาลจีนไม่เริ่มกระตุ้นการบริโภค
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาตร์จำนวนมากได้ทำเพียงการตีความธรรมดาในงานวิจัยของพวกเขาเกี่ยว กับอัตราการเก็บเงินในอนาคตภายในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง รูปแบบการบริโภคจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับชาวจีนที่เกิดหลังปี 1978 ยุคเบบี้บูมของจีน พวกเขาเหล่านี้พบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเมืองมากว่า 30 ปีคล้ายกับพวกที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสหรัฐอเมริกา

เผชิญกับความมั่งคั่ง
ผล สำรวจแสดงว่า ชาวจีนที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 28 เก็บเงินเล็กน้อยหรือปกติจับจ่ายผ่านเครดิตการ์ดเพราะว่าพวกเขามีมุมองใน ด้านดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนและรายได้ของตนเอง เงินเดือนของพวกเขามีอัตราเติบโตถึง 25% ต่อปี ถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันรุนแรงจากกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ ตลาดแรงงาน
พวกคนทำงานมืออาชีพเหล่านี้กำลังแสดงสถานะของตนเองในที่ทำ งานและใช้จ่ายเกือบทั้งหมดของรายได้ อาทิเช่น ซื้อโทรศัพท์มือถือโนเกีย เสื้อผ้าซาร่า เครื่องสำอางเอสเต้ ลอเดอร์ ในการทำวิจัยแบบโฟกัสเฉพาะกลุ่มที่ทำในกรุงปักกิ่ง เราพบว่ากว่า 70% ของผู้หญิงทำงานมีรายได้ระหว่าง $500 - $2,000 ต่อเดือน และวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวที่ฮ่องกงและประเทศไทยภายในสามปีข้างหน้า

วัฒนธรรมเครดิตการ์ด
กลุ่ม คนชาวจีนรุ่นใหม่มีความต้องการสูงสำหรับเครดิตการ์ด ปัจจุบันมีผู้ใช้เครดิตการ์ดน้อยกว่า 50 ล้านรายเมื่อเปรียบเทียบกับบัตรเดบิตที่มีมากกว่า 1.1 พันล้านใบ อย่างไรก็ตามในปีที่แล้วมีอัตราการเพิ่มของเครดิตการ์ดถึง 15.6 ล้านใบและบัตรเดบิตการ์ด 200 ล้านใบ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชาวจีนยอมรับการใช้บัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้นทุก วันซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากการที่มีผู้ใช้บัตรเครดิตเพียง 10 ล้านใบในปี 2004

เงินสดเสมือนจริง (Virtual Money)
การ เติบโตของเงินสดเสมือนจริงถูกนำมาใช้ในการเล่นเกมออนไลน์ในจีนซึ่งแสดงว่า ชาวจีนรุ่นใหม่รัก e-commerce ซึ่งการร่วมเล่นเกมง่ายมาก เนื่องจากว่ายังมีอัตราการใช้เครดิตการ์ดที่ต่ำ ผู้บริโภคชาวจีนจึงถูกแนะนำสู่ระบบ e-commerce ด้วยการใช้เงินสดเสมือนจริง มีการซื้อขายเงินสดเสมือนจริงหลายพันล้านเหรียญในปีที่แล้วและตลาดของเงินสด เสมือนจริงกำลังเติบโตขึ้นกว่า 30% ต่อปี

ชาวจีนหลายล้านคนกำลัง ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์เล่นเกมออนไลน์ เขียน blogs คุยกันออนไลน์ โหลดเพลง และเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมออนไลน์และรักษากลุ่มลูกค้า อินเตอร์เน็ตมากมายได้นำเสนอขายเงินสดเสมือนจริงบนเว็บไซด์ที่สามารถซื้อ สินค้าและบริการได้

กลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตชาวจีน (Chinese netizens) ชอบเงินสดเสมือนจริงเพราะว่าการซื้อเงินสดเสมือนจริงพวกนี้ไม่ต้องใช้ เครดิตการ์ดหรือแม้แต่บัญชีธนาคาร Tencent เป็นผู้ให้บริการชั้นนำของผู้ให้บริการข้อความ (QQ instant-messaging service) เกมออนไลน์และเงินสดเสมือนจริงของจีนอีกด้วย ลูกค้าของเขาสามารถซื้อ Q-coins ด้วยการใช้เงินสดผ่านการ์ดโทรศัพท์มือถือที่ขายโดย tandem กับ ไชน่า โมบาย

เครดิตกระตุ้นการเติบโตของ E-Commerce
ขณะที่เครดิตการ์ด ถูกใช้มากขึ้น ทำให้ e-commerce ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดชาวจีนรุ่นใหม่ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโต อย่างก้าวกระโดดของเงินสดเสมือนจริง ธนาคารจีนได้จับความต้องการของตลาดด้วยการอนุมัติเครดิตเพิ่มมากขึ้น บริษัทต่างชาติกำลังรวมกระบวนการ e-commerce เพื่อจับชนชั้นกลางของจีนที่มีความสามารถในการบริโภคสูง

นางสาวชุติมา   ฉายวัฒนะ   รหัส  504477211  หมู่เรียน  50/33